นางวัชรีวรรณ บุพศิริ
รหัส 5150510100375 สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยนครพนม
.......................................................................................................................................................................
บทความเรื่อง
การนิเทศการศึกษา : เครื่องมือพัฒนาคุณภาพการศึกษาของผู้บริหารโรงเรียน
การดำเนินจัดการศึกษาให้ได้อย่างมีคุณภาพนั้นจะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบอย่างน้อย
3 ส่วน คือ การจัดการเรียนการสอน
การบริหารการศึกษา และการนิเทศการศึกษา
แต่การนิเทศการศึกษาในปัจจุบันมีข้อจำกัดในการที่จะรับการนิเทศจากภายนอก
ทำให้โรงเรียนจำเป็นต้องจัดทำระบบการนิเทศภายในโรงเรียนของตนเองขึ้นมา ทั้งนี้โรงเรียนก็ยังมีความไม่แน่ใจในกระบวนการนิเทศ
กิจกรรมการนิเทศที่จะต้องจัดขึ้นในโรงเรียน อีกทั้งมีข้อจำกัดทางด้านบุคลากร ด้านองค์ความรู้
และด้านวิธีการ ทำให้เป็นไม้เบื่อไม้เมาที่ทางโรงเรียนจำเป็นต้องทำ
แต่ยังทำไม่เป็น จริงหรือ?
อันที่จริงศาสตร์ทางการนิเทศการศึกษามีการเผยแพร่ และดำเนินการมาหลายปีแล้ว
ขาดแต่ความเอาจริงเอาจัง เท่านั้น ดังนั้นเราลองมาทบทวน และลองนำไปปฏิบัติดู ผู้เขียนคิดว่าไม่น่ายากอย่างที่คิด
การนิเทศการศึกษานับว่าเป็นบทบาท หน้าที่หนึ่งของผู้บริหารสถานศึกษาพึงปฏิบัติ
เพื่อเป็นการช่วยเหลือ แนะนำ กำกับติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของครูอย่างต่อเนื่อง หากผู้บริหารสถานศึกษาใดที่มิได้ปฏิบัติการนิเทศภายในด้วยตนเอง ยากยิ่งที่จะเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงใด
ๆ ในองค์การของตน ด้วยเหตุนี้กระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษา จึงมีความสัมพันธ์กับคุณภาพผู้เรียนอย่างมิสามารถแยกจากกันได้เลย
หลักการสำคัญของการนิเทศการศึกษา
1) การนิเทศการศึกษาเป็นระบบและเป็นกระบวนการ
2) การนิเทศการศึกษา เป้าหมายสูงสุดอยู่ที่คุณภาพผู้เรียน
3) การนิเทศการศึกษาเน้นบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตย
จุดมุ่งหมายของการนิเทศภายในโรงเรียนไว้ 4 ประการ
คือ
1) เพื่อพัฒนาคนซึ่งรวมทั้งผู้นิเทศ
ผู้รับการนิเทศ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาทุกฝ่าย
2) เพื่อพัฒนางาน ทั้งงานการเรียนการสอน
และงานที่มาสนับสนุนการสอน
3) เพื่อสร้างการประสานสัมพันธ์
หมายความว่าเมื่อทำแล้วทุกฝ่ายต้องมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมากขึ้น
4) เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ
เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน
.......................................................................................................................................................................
การนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนาคน
หมายถึง การนิเทศการศึกษาเป็นกระบวนการทำงานร่วมกันกับครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้ครูและบุคลากร
ได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในทางที่ดีขึ้น
การนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนางาน หมายถึง การนิเทศการศึกษา มีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ผู้เรียนซึ่งเป็นผลผลิตจากการจัดกระบวนการเรียนรู้ของครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเหตุนี้การนิเทศที่จัดขึ้นจึงมีจุดมุ่งหมายที่จะ “พัฒนางาน” คือการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ดีขึ้น
การนิเทศการศึกษาเพื่อสร้างการประสานสัมพันธ์ หมายถึง การนิเทศการศึกษา เป็นการสร้างการประสานสัมพันธ์ ระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกัน รับผิดชอบร่วมกันมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ซึ่งไม่ใช่เป็นการทำงานภายใต้การถูกบังคับและคอยตรวจตราหรือคอยจับผิด
การนิเทศการศึกษาเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ หมายถึง การจัดกิจกรรมการนิเทศที่มุ่งให้กำลังใจแก่ครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการนิเทศ เนื่องจากขวัญและกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้บุคคลมีความตั้งใจทำงาน หากนิเทศไม่ได้สร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานแล้ว การนิเทศการศึกษาก็ย่อมประสบผลสำเร็จได้ยาก
การนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนางาน หมายถึง การนิเทศการศึกษา มีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ผู้เรียนซึ่งเป็นผลผลิตจากการจัดกระบวนการเรียนรู้ของครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเหตุนี้การนิเทศที่จัดขึ้นจึงมีจุดมุ่งหมายที่จะ “พัฒนางาน” คือการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ดีขึ้น
การนิเทศการศึกษาเพื่อสร้างการประสานสัมพันธ์ หมายถึง การนิเทศการศึกษา เป็นการสร้างการประสานสัมพันธ์ ระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกัน รับผิดชอบร่วมกันมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ซึ่งไม่ใช่เป็นการทำงานภายใต้การถูกบังคับและคอยตรวจตราหรือคอยจับผิด
การนิเทศการศึกษาเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ หมายถึง การจัดกิจกรรมการนิเทศที่มุ่งให้กำลังใจแก่ครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการนิเทศ เนื่องจากขวัญและกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้บุคคลมีความตั้งใจทำงาน หากนิเทศไม่ได้สร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานแล้ว การนิเทศการศึกษาก็ย่อมประสบผลสำเร็จได้ยาก
กระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษา
ที่พึงปฏิบัติ
1) ร่วมศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
2) ร่วมวางแผนระบบและกำหนดกิจกรรมการนิเทศให้เป็นรูปธรรมและทุกฝ่ายมีส่วนรับรู้
3) ร่วมสร้างสื่อ นวัตกรรมและเครื่องมือประกอบกิจกรรมการนิเทศที่เหมาะสม
4) ร่วมลงมือปฏิบัติการนิเทศตามระบบที่ร่วมกันวางไว้อย่างต่อเนื่อง
5) ร่วมประเมินผลและมีการรายงานผลอย่างเป็นธรรมต่อผู้เกี่ยวข้อง
6) ร่วมรับผลการดำเนินการ ร่วมชื่นชมยินดีและร่วมปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง
1) ร่วมศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
2) ร่วมวางแผนระบบและกำหนดกิจกรรมการนิเทศให้เป็นรูปธรรมและทุกฝ่ายมีส่วนรับรู้
3) ร่วมสร้างสื่อ นวัตกรรมและเครื่องมือประกอบกิจกรรมการนิเทศที่เหมาะสม
4) ร่วมลงมือปฏิบัติการนิเทศตามระบบที่ร่วมกันวางไว้อย่างต่อเนื่อง
5) ร่วมประเมินผลและมีการรายงานผลอย่างเป็นธรรมต่อผู้เกี่ยวข้อง
6) ร่วมรับผลการดำเนินการ ร่วมชื่นชมยินดีและร่วมปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง
การนิเทศการศึกษา หมายถึง การดำเนินการใดๆ ที่ทำให้ครูมีความพึงพอใจ และมีกำลังใจ ที่จะพัฒนาการจัดการเรียนการสอน และพัฒนาการดำเนินงานใดๆ ของโรงเรียน ให้เป็นไปตามมาตรฐานใดๆ ของโรงเรียนและของบุคลากรให้สูงขึ้นและรักษาไว้ จนส่งผลให้โรงเรียนเป็นที่ยอมรับของผู้รับประโยชน์จากโรงเรียนทุกฝ่าย อีกทั้งผ่านการประเมินทั้งภายในและภายนอก
การนิเทศการศึกษา เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารโรงเรียน ซึ่งผู้บริหารจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องในการให้บริการทางการศึกษา เพื่อให้กระบวนการเรียนการสอนเกิดผลสัมฤทธิ์ตามความ
.......................................................................................................................................................................
การนิเทศการศึกษาคือความพยายามอย่างหนึ่ง หรือ หลาย ๆ อย่าง ที่จะช่วยส่งเสริมให้การศึกษา
มีคุณภาพทั้งด้านการเรียนการสอน
การนิเทศการศึกษา คือ
ความพยายามทุกอย่างของเจ้าหน้าที่ผู้จัดการศึกษา
ในการแนะนำครูหรือบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ให้รู้จักปรับปรุงวิธีสอน ช่วยให้เกิดความงอกงามทางวิชาชีพทางการศึกษา
ช่วยในการพัฒนาครู ช่วยในการเลือก
และปรับปรุง วัตถุประสงค์
ของการศึกษา ช่วยในการปรับปรุงวัสดุ
และเนื้อหาการสอน ปรับปรุงวิธีสอนและช่วยปรับปรุงการประเมินผลการสอน
สาเหตุของการนิเทศการศึกษามีดังนี้
1) สภาพสังคมเปลี่ยนไปทุกขณะ การศึกษาจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมด้วย การนิเทศการศึกษาจะช่วยทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในองค์การที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
2) ความรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆ เพิ่มขึ้นโดยไม่หยุดยั้ง แม้แนวคิดในเรื่องการจัดกระบวนการเรียนรู้ก็เกิดขึ้นใหม่อยู่ตลอดเวลา การนิเทศการศึกษาจะช่วยทำให้ครูมีความรู้ทันสมัยอยู่เสมอ
3) การแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาขึ้น จำเป็นต้องได้รับการชี้แนะหรือการนิเทศการศึกษาจากผู้ชำนาญการโดยเฉพาะ จึงจะทำให้แก้ไขปัญหาได้สำเร็จลุล่วง
4) การศึกษาของประเทศเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ จะต้องมีการควบคุมดูแลด้วยระบบการนิเทศการศึกษา
5) การศึกษาเป็นกิจกรรมที่ซับซ้อน จำเป็นที่จะต้องมีการนิเทศ เพื่อเป็นการให้บริการแก่ครูที่มีความสามารถต่าง ๆ กัน
6) การนิเทศการศึกษาเป็นงานที่มีความจำเป็นต่อความเจริญงอกงามของครู แม้ว่าครูจะได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีแล้วก็ตาม แต่ครูก็จะต้องปรับปรุงฝึกฝนตนเองอยู่เสมอในขณะที่ทำงานในสถานการณ์จริง
7) การนิเทศการศึกษา มีความจำเป็นต่อการช่วยเหลือครูในการเตรียมการจัดกิจกรรม
8 ) การนิเทศการศึกษามีความจำเป็นต่อการทำให้ครูเป็นบุคคลที่ทันสมัยอยู่เสมอ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่มีอยู่เสมอ
1) สภาพสังคมเปลี่ยนไปทุกขณะ การศึกษาจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมด้วย การนิเทศการศึกษาจะช่วยทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในองค์การที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
2) ความรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆ เพิ่มขึ้นโดยไม่หยุดยั้ง แม้แนวคิดในเรื่องการจัดกระบวนการเรียนรู้ก็เกิดขึ้นใหม่อยู่ตลอดเวลา การนิเทศการศึกษาจะช่วยทำให้ครูมีความรู้ทันสมัยอยู่เสมอ
3) การแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาขึ้น จำเป็นต้องได้รับการชี้แนะหรือการนิเทศการศึกษาจากผู้ชำนาญการโดยเฉพาะ จึงจะทำให้แก้ไขปัญหาได้สำเร็จลุล่วง
4) การศึกษาของประเทศเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ จะต้องมีการควบคุมดูแลด้วยระบบการนิเทศการศึกษา
5) การศึกษาเป็นกิจกรรมที่ซับซ้อน จำเป็นที่จะต้องมีการนิเทศ เพื่อเป็นการให้บริการแก่ครูที่มีความสามารถต่าง ๆ กัน
6) การนิเทศการศึกษาเป็นงานที่มีความจำเป็นต่อความเจริญงอกงามของครู แม้ว่าครูจะได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีแล้วก็ตาม แต่ครูก็จะต้องปรับปรุงฝึกฝนตนเองอยู่เสมอในขณะที่ทำงานในสถานการณ์จริง
7) การนิเทศการศึกษา มีความจำเป็นต่อการช่วยเหลือครูในการเตรียมการจัดกิจกรรม
8 ) การนิเทศการศึกษามีความจำเป็นต่อการทำให้ครูเป็นบุคคลที่ทันสมัยอยู่เสมอ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่มีอยู่เสมอ
เงื่อนไขของความสำเร็จ
การนิเทศภายในจะประสบความสำเร็จจะต้องอาศัยบริบทที่เอื้อต่อการนิเทศหลายประการ
เช่น
- การจัดบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนการสอนและการปฏิบัติงาน
.......................................................................................................................................................................
- ความพร้อมของสื่อวัสดุอุปกรณ์การสอนและการปฏิบัติงาน
- ขวัญและกำลังใจของบุคลากร
- การทำงานเป็นทีม ความสามัคคี หรือความเป็นเอกภาพของบุคลากร
- ความรู้ความเข้าใจและเจตคติในเรื่องการนิเทศของบุคลากรในโรงเรียน
- ภาวะผู้นำทางวิชาการของฝ่ายบริหาร
- ฯลฯ
การดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียนให้ประสบผลสำเร็จนั้นจะต้องมีความต่อเนื่องกันไป
ควรคำนึงถึงปัญหาที่แท้จริงของโรงเรียน ปัญหาการจัดการเรียนการสอน
รวมทั้งความต้องการของบุคลากรในโรงเรียนด้วย ดังนั้น
การดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียนจึงต้องมีการวางแผนกำหนดแนวทางร่วมกัน
ประสานสัมพันธ์ร่วมมือให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และมี
เป้าหมายเดียวกัน คือพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ และส่งผลต่อการพัฒนานักเรียนในองค์รวมในที่สุด
งานบริหารการศึกษา
มีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่คุณภาพของผู้เรียน
ซึ่งเป็นผลผลิตของการจัดการศึกษา
ดังนั้นในการบริหารการศึกษาผู้บริหารจำเป็นจะต้องทำงานสองอย่างคือ
งานบริหารและงานนิเทศ
ซึ่งในปัจจุบันนี้ผู้บริหารมีบทบาทในการนิเทศมากโดยเฉพาะการนิเทศภายในสถานศึกษาของตนเอง
หน้าที่ที่จะต้องกระทำเกี่ยวกับการนิเทศการศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษามีดังนี้
1)
ทำหน้าที่ตรวจสอบความเป็นไปเกี่ยวกับการเรียนการสอน
ขั้นตรวจสอบถือว่าเป็นขั้นเริ่มต้นการนิเทศ เรื่องที่ควรจะตรวจสอบได้แก่
ความเข้าใจในการใช้หลักสูตรของครู ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ของครูเกี่ยวกับเนื้อหาของหลักสูตร
การใช้กลวิธีการสอนต่าง ๆ ตลอดจนการใช้สื่อการสอน ลักษณะของนักเรียนในแต่ละห้อง
2) ทำหน้าที่ประเมินผลการเรียนการสอน
3) ทำหน้าที่ช่วยส่งเสริมและปรับปรุงการเรียนการสอน อันได้แก่ความเข้าใจของครูเกี่ยวกับหลักการ จุดหมาย และโครงสร้างของหลักสูตร แนะแนวการทำโครงการสอนทั้งระยะสั้นและระยะยาวจัดหาเครื่องมือประกอบการสอน และแหล่งวิชาการ จัดบรรยากาศทางกายภายในห้องเรียนให้น่าเรียนส่งเสริมให้ครูปรับปรุงตัวเองทั้งด้านวิชาการ และวิชาชีพตลอดจนการพยายามให้ครูประเมินผลการเรียน
2) ทำหน้าที่ประเมินผลการเรียนการสอน
3) ทำหน้าที่ช่วยส่งเสริมและปรับปรุงการเรียนการสอน อันได้แก่ความเข้าใจของครูเกี่ยวกับหลักการ จุดหมาย และโครงสร้างของหลักสูตร แนะแนวการทำโครงการสอนทั้งระยะสั้นและระยะยาวจัดหาเครื่องมือประกอบการสอน และแหล่งวิชาการ จัดบรรยากาศทางกายภายในห้องเรียนให้น่าเรียนส่งเสริมให้ครูปรับปรุงตัวเองทั้งด้านวิชาการ และวิชาชีพตลอดจนการพยายามให้ครูประเมินผลการเรียน
บทบาทและหน้าที่ของผู้บริหารโรงเรียนกับการนิเทศภายในโรงเรียน
1. ส่งเสริมให้ครูมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการนิเทศภายในโรงเรียนอย่างแท้จริง
.......................................................................................................................................................................
2. ร่วมประชุมวางแผนการนิเทศภายในกับผู้นิเทศในฐานะประธานฯ
3. พิจารณาอนุมัติโครงการนิเทศภายในที่สอดคล้องกับนโยบายและแผนงานโรงเรียน
4. เป็นผู้ประสานงานระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ
5. ให้การสนับสนุนด้านอุปกรณ์งบประมาณ
ขวัญกำลังใจในการดำเนินโครงการ
6. ให้คำปรึกษาแนะนำและเป็นวิทยากรที่ดีแก่ผู้รับการนิเทศ
7. ช่วยเหลือและส่งเสริมให้ครูมีความรู้และมีพัฒนาการทางวิชาชีพ
8. ใช้เทคนิคการบริหารมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการนิเทศภายใน
9. ติดตามและประเมินผลการจัดการนิเทศภายในโรงเรียน
จากหลักการ
จุดมุ่งหมายและกระบวนการนิเทศดังกล่าว
ผู้บริหารสถานศึกษามิควรเพิกเฉยและละเลย
ปล่อยให้รอง หรือผู้ช่วยดำเนินการตามลำพัง
โดยปราศจากการมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา
ด้วยเหตุดังกล่าว ผู้บริหารสถานศึกษาจึงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงาน ทั้งงานการบริหาร
งานการสอน และคุณภาพผู้เรียน การบริหารสถานศึกษาในสถานการณ์ปัจจุบัน
ผู้บริหารสถานศึกษาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมองหาวิธีการที่จะนำมาพัฒนาคุณภาพภารการศึกษา
เพื่อแก้ปัญหาการบริหารจัดการด้านกระบวนการเรียนการสอน
ระบบงานสถานศึกษา พัฒนาบุคลากร
การบริหารงบประมาณ รวมทั้งการอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการบริการ
เพื่อให้เกิดความพึงพอใจของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย (Strakeholder)
โดยอาศัยเครื่องมือใหม่ ๆ
เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ให้สอดคล้องกับสังคมปัจจุบันที่เป็นสังคมเศรษฐกิจฐานความรู้
(Knowledge-Based economy หรือ KBE)
ความรู้จึงนับว่าเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนให้สังคมก้าวหน้า
โรงเรียนซึ่งเป็นสถาบันที่มีหน้าที่เตรียมคนให้พร้อมเข้าสู่สังคมจึงต้องตระหนักถึงอำนาจของความรู้
และจะต้องเตรียมคนในยุคต่อไปให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อผู้อ่าน มีความเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัยใด
ๆ ว่า การวิจัย เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่จะช่วยให้การปฏิรูปการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ประสบความสำเร็จ กระบวนการวิจัย เป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้
ครูผู้สอน ผู้บริหาร และนักเรียน บรรลุเป้าหมายและมาตรฐานการเรียนรู้ระดับต่าง
ๆ อันบางคนอาจจำเป็นต้องเชื่อ
เพราะกฎหมายแม่บททางการศึกษาบังคับให้ต้องเชื่อก็ตาม ผู้ประกอบวิชาชีพครูทั้งหลาย
จึงต้องเริ่มต้นที่ พอใจ เต็มใจ ตั้งใจ หรือไม่ก็ต้องแข็งใจหรือฝืนใจ ให้เชื่อ
ให้ชอบและต้องช่วยกันศึกษาเรียนรู้ เรื่อง
การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้
ซึ่งผู้เขียนจะได้นำเสนออย่างเป็นขั้นเป็นตอนตามลำดับต่อไป
.......................................................................................................................................................................
เป็นข้อยุติและห้ามโต้แย้ง ว่า “การวิจัยไม่จำเป็น ไม่สำคัญต่อการจัดการเรียนรู้อีกต่อไป”เพราะ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม 2545 ม.24 (5)
กำหนดไว้ชัดเจนว่า “ให้ใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้” ม.30 ระบุให้ผู้สอนทำการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับผู้เรียน จึงสรุปได้ว่า
การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ในสถานศึกษานั้น
มี
3 ลักษณะ ดังนี้
1.
การวิจัยสำหรับผู้เรียน
เป็นการใช้การวิจัยให้อยู่ในกระบวนการเรียนรู้ มุ่งให้ ผู้เรียนทำการวิจัย
เพื่อใช้กระบวนการวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้
ผู้เรียนสามารถที่จะทำการวิจัยในเรื่องที่ตนสนใจหรือต้องการหาความรู้หรือที่ต้องการแก้ไขปัญหาการเรียนรู้ได้
เพราะกระบวนการวิจัยจะช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนใน 4
เรื่องเป็นอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
1)
ฝึกการคิด
2)
ฝึกการวางแผน
3)
ฝึกการดำเนินงาน
4)
ฝึกการหาเหตุผลในการตอบปัญหา
ดังนั้น สถานศึกษา
ครูผู้สอน ต้องมีการ จัดการอบรมหลักสูตรการวิจัยในชั้นเรียนให้กับผู้เรียนด้วย ซึ่งเป็นภารกิจที่ต้องทำตามกฎหมายดังกล่าว
มิเช่นนั้นจะถือว่ามีความบกพร่องต่อหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่ไม่สมบูรณ์
2.
การวิจัยสำหรับผู้สอน
เป็นการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ มุ่งให้ผู้สอนทำการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ด้วยการศึกษาวิเคราะห์ปัญหาการเรียนรู้
วางแผนแก้ไขปัญหาการเรียนรู้
เก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ ให้ครูผู้สอนทำการวิจัย
และพัฒนานวัตกรรมการศึกษา
เพื่อนำไปสู่คุณภาพการเรียนรู้ด้วยการศึกษา ในเรื่องดังต่อไปนี้
1)
วิเคราะห์ปัญหาการเรียนรู้
2)
ออกแบบและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้
3)
ทดลองใช้นวัตกรรมการเรียนรู้
4) เก็บรวบรวมข้อมูล
5)
วิเคราะห์ผลการใช้นวัตกรรมนั้น ๆ
6)
ใช้กระบวนการวิจัยไปจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยวิธีการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
(1) วิเคราะห์ปัญหา
(2) สร้างทางเลือกในการแก้ปัญหา
.......................................................................................................................................................................
(3) ดำเนินการตามแนวทางที่เลือก
(4) สรุปผลการแก้ไขปัญหา
3.
การวิจัยสำหรับสถานศึกษา
เป็นการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
ที่
มุ่งให้ ผู้บริหารทำการวิจัยและนำผลการวิจัยไปใช้ประกอบการตัดสินใจ วางนโยบาย
วางแผนบริหารจัดการสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งคุณภาพได้มาตรฐานต่อไป
เป็นที่ยอมรับว่า “การวิจัยเป็นกระบวนการค้นหาความรู้และแนวทางปฏิบัติที่นำไปสู่
การปฏิรูปการเรียนรู้
ที่เชื่อถือได้”สามารถนำผลการค้นพบไปแก้ไขปัญหาการเรียนรู้หรือตัดสินใจ
เพื่อการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ“การวิจัยเป็นกระบวนการเชิงระบบ
ที่ใช้การศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์
ซึ่งกำหนดขั้นตอนการศึกษาไว้
5
ขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้
1) ศึกษาและวิเคราะห์ปัญหา
2) ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างกรอบแนวคิด
3) ออกแบบ
วางแผน และสร้างเครื่องมือวิจัย
4) รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
5) สรุปและรายงานผล
การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
แนวคิดนี้ เป็นแนวคิดที่เชื่อว่า การปฏิรูปสถานศึกษา เป็นหนึ่งในภารกิจหลักของการปฏิรูปการศึกษาของ
ศธ.
สถานศึกษาเป็นหน่วยงานที่สำคัญที่สุดในการจัดการศึกษาแก่เยาวชนไทยทุกคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
เชื่อว่า สถานศึกษาจะมีประสิทธิภาพหรือไม่
เพียงใดขึ้นอยู่กับองค์ประกอบภายในของสถานศึกษานั้น ๆ อันได้แก่ ผู้สอน
ผู้เรียน หลักสูตร
และสื่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ผู้ที่สำคัญที่สุดที่จะนำสถานศึกษาสู่ความสำเร็จ
บรรลุเป้าหมาย คือ ผู้บริหาร เพราะผู้บริหารจะเป็นผู้ที่จะระดมการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายมาร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา
และความต้องการ เพื่อกำหนดวิสัยทัศน์
จัดทำแนวปฏิบัติการ ดำเนินงานตามแผน การนิเทศติดตามผล
และการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานของสถานศึกษาให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ
กระบวนการดังกล่าว เป็นกระบวนการนำการวิจัยมาใช้ในการบริหารจัดการของสถานศึกษา ซึ่งมีขั้นตอน ดังนี้
.......................................................................................................................................................................
วงจรการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาสำหรับผู้บริหาร
พบปัญหา
/ ต้องการพัฒนา
|
|
|
|
|
|
|
จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น สรุปได้ว่า
การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้มี
3 ลักษณะได้แก่ การใช้การวิจัยในกระบวนการเรียนรู้สำหรับผู้เรียน
การวิจัยพัฒนาการเรียนรู้สำหรับครูและการวิจัยพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาสำหรับผู้บริหาร ถือเป็นภารกิจของผู้เรียน ผู้สอน และผู้บริหารที่ต้องใช้กระบวนการวิจัยเป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ ให้เกิดมักผลอย่างจริงจัง ถือเป็นงานที่ท้าทายชวนให้อยากคิด อยากลอง
อยากทำ ต้องเริ่มต้นด้วยความพอใจ เต็มใจ ตั้งใจ แข็งใจ และฝืนใจ ด้วยความอดทนเพราะงานวิจัยเป็นงานที่ละเอียดถี่ถ้วน ต้องฝืนใจทำวิจัยให้สนุก
มีความสุขกับการทำวิจัยให้ยึดหลัก “เรียนรู้ครูวิจัย” ความเป็นมืออาชีพอย่างครู คือ งานวิจัยการเรียนรู้เป็นตัวชี้วัดคุณภาพ
และประสิทธิภาพ
.......................................................................................................................................................................
ความน่าเชื่อถือ
ความเป็นครูคุณภาพได้มาตรฐาน ซึ่งการวิจัยทำได้ง่าย ๆ มีขั้นตอนเพียง 5
ขั้นตอนเท่านั้น ดังนี้
1.
การสำรวจและวิเคราะห์ปัญหา
2.
การกำหนดวิธีการแก้ปัญหา / พัฒนา
3.
การพัฒนาวิธีการหรือนวัตกรรมและเครื่องมือวัด
4.
การนำวิธีการหรือนวัตกรรมไปใช้
5.
การวิเคราะห์ข้อมูลและเสนอผล
ที่สำคัญที่สุด คือ ผู้บริหาร ผู้สอนและนักเรียน ต้องร่วมกันศึกษาเรียนรู้กระบวนการวิจัย
ให้เข้าใจแจ่มแจ้งตรงกัน
ทำกันเป็นทีม เป็นคณะและให้ถือเป็นวาระแห่งสถาบันที่ต้องยึดว่า งานวิจัยต้อง เต็มที่ เต็มใจ เต็มเวลา
เต็มภูมิปัญญา
จึงจะพบความสำเร็จเห็นแสงไฟปรายอุโมงค์ในที่สุดอย่างแน่นอน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น